อบรมพนักงานบางทีก็ผิดที่ผิดทาง

วันหนึ่งผมได้คุยกับเพื่อนพ้องวิทยากร ในเรื่องประสบการณ์การฝึกฝนบุคลากร ในเชิงแชร์เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับงานที่ทำมา ภายหลังคุยกันไปหลายประเด็น ก็มีเรื่องมีราวหนึ่งที่คิดเห็นเช่นเดียวกันที่..

มีบางบริษัทปรารถนาจัดให้มีการอบรมบุคลากร (ระดับดำเนินการทั่วๆไป) โดยหวังว่าจะเปลี่ยน บุคลากรพวกนั้นสำหรับการดำเนินการ..

แม้กระนั้นเมื่อพวกเราได้รับการติดต่อประสานงาน สนทนา รวมทั้ง ในวันที่ไปอบรมแล้วเจรจา กับ HR หรือหัวหน้างานบางบุคคล พวกเราก็ได้เจอ รวมทั้งรู้สึกว่า.. ควรจะอบรมหัวหน้าพวกนี้ก่อนไหม? เนื่องจากดูเหมือนเปลี่ยนเป็นจุดเริ่มแรกของปัญหา เช่น ทัศนคติ, อคติ ต่อลูกน้องตัวเอง (แจกแจงนี้ก่อนว่า เพียงแค่บางที่ แล้วก็เป็นส่วนน้อย)

เนื่องจากจากการพูดคุยกัน หัวหน้าบางบุคคล ถ้าหากอยากจัดการกับปัญหาจริงๆเขาน่าจะย่อมชี้ สะท้อนปัญหาออกมาให้ผม หรือวิทยากรฟัง แม้กระนั้นไม่เป็นแบบนั้นเลย สิ่งที่ติดต่อสื่อสารออกมาไม่เป็นการแสดงหลักสำคัญปัญหา แต่ว่าชอบ มีแต่ว่าการตำหนิ พร่ำบ่น ว่ากล่าว ทั้งทีท่าที่ออกแนวอิดหนาระอาใจ ต้าน ลูกน้อง..

ไม่ผิดอะไร แต่ว่าทวนมองอีกครั้ง นี่ก็ไม่กำเนิดคุณประโยชน์อะไรด้วยเหมือนกัน

เขาหัวใจอยู่ว่า ในหลาย ภาวการณ์ที่มันมีความรู้สึกว่าไขปัญหาไม่ไหวแล้ว ย่อมเหนื่อยหน่าย เอือมสุดจะทน ต้องการหาคนมารับไป ที่ก็จัดว่า ไม่ผิดอะไร แต่ว่าทวนมองอีกครั้ง นี่ก็ไม่กำเนิดผลดีอะไรด้วยเหมือนกัน ก็ในเมื่อการกระตุ้นลูกน้องให้ได้นั้น มันย่อมจะต้องมีเรื่องของสิ่งจูงใจ ในด้านใดก็ตาม แต่ว่าแม้อคติ เกิดขึ้นแล้วพวกเรา จะสร้างแรงกระตุ้น ปรับการทำงาน หรือจัดการกับปัญหาได้ยังไง

จากข้าง HR ก็เช่นเดียวกัน ที่มิได้ทำผิดอะไรโดยตรง แต่ว่าตกอยู่ในภาวะลำบากใจหัวใจ เพราะว่าจะไปชี้โทษว่าเป็นที่ศีรษะหน้าข้าง ก็ดูเหมือนจะไม่ดี เพราะเหตุว่ามิได้อยู่ในสถานะที่เหนือกว่า ลองนึกถึง ผู้จัดการแผนกบุคคล กับผู้จัดการแผนกอื่น จะว่าไป มันก็ตำแหน่งเสมอกัน เขาก็ทำดีที่สุดเพียงแค่เพียรพยายามจะแบ่งปันเรื่องราวให้พวกเรา เหล่าวิทยากรฟัง..

แม้กระนั้นหัวข้ออยู่ที่หัวหน้า ในเมื่อหัวหน้ามองไม่มีแรงเอง และก็เขยิบออกเสียแล้ว จริงอยู่ว่า บุคลากรที่เป็นลูกน้องในหลายๆที่ ย่อมมีแกะดำ มีต่ำกว่ามาตรฐานอยู่บ้าง ผมมั่นใจว่าถ้าหากทำความเข้าใจกันดีๆก็นี่แหละงานสำคัญของคนเป็นหัวหน้า ที่จะอยากให้คนภายในกลุ่ม, แผนก, ส่วนงานไปได้สวย..

หัวหน้าไม่มีแรงกระตุ้น จะเป็นตัวกระตุ้นลูกน้องได้ยังไง

ที่ตรงนี้ส่วนตัวเรา (วิทยากร) จะว่าไปแล้วหลังจากนั้นก็คือปัญหาทั่วๆไปที่ประสบพบเห็นได้เป็นประจำที่ศีรษะหน้าจะแสดงออกแบบนี้ และไม่ใช่หัวหน้าทุกคนในบริษัทนั้นที่เป็น แม้กระนั้นสิ่งที่ทรามกว่าเป็น..

ทัศนคติประธาน หรือผู้ครอบครอง ผมเองก็เคยพบเผชิญกาณ์ตรง เพียรพยายามมาแจ้งผมระหว่างชี้แจงให้กล่าวเช่นไรก็ได้ ให้บุคลากร สำนึก เห็นค่าหน่วยงาน รักนายจ้าง และก็ โดยรวมเป็นอยากที่จะให้เก่งงาน.. แบบเก่งในกรอบ อย่าคิดเจริญไปไหน.. ผมไม่มีความสามารถสำหรับเพื่อการอบรมเรื่อง “ความสำนึกรักหน่วยงาน” ในความรู้สึกเป็นเป็นได้ยากถ้าหากจะ “เพียงแค่อบรม” แล้วเป็นผล

การจะก่อให้คู่รัก เชื่อถือ เชื่อถือ แค่เพียง บอก นำเสนอไป 24 ชั่วโมง คุณว่า รักได้หรือเปล่า ? หรือ คนเก่งแม้กระนั้นไม่คิดรุ่งโรจน์ จะเก่งแน่หรือ?..

ให้รักพวกเรา ขอบคุณมากพวกเรา แล้วก็อยู่ดำเนินงานให้พวกเราตลอดกาล ผมว่ามันสะท้อนจากว่า พวกเรา “ทำ” อะไรให้เขา และก็เป็นหน้าที่ประธาน/เจ้าของธุรกิจ จะต้องทำเอง เพียงแค่ให้พวกเราบอกมันไม่มีทางเป็นไปได้ เนื่องจากว่าพวกเราอบรมคน ไม่ใช่โค้ชหมา.. การคิดแบบงี้เป็นดูถูกดูแคลนพนักงานตนเองตั้งแต่ต้น ตามที่บอก ทัศนคติไปในแง่ลบแต่แรกเริ่ม หรือจะกล่าวว่า fixed mindset ก็ได้นะ..

ฟังดูราวกับว่าแรง แต่ว่านี่เป็นสิ่งที่มีจริงๆในหลากหลายองค์กร บุคลากรอยู่เนื่องจากมันเป็นงานที่ได้เงิน หากหาที่ใหม่ไปได้ เขาไปแน่ๆ บริษัทที่ผมเผชิญนี้ปัญหา turnover rate อัตราการลาออก สูง รวมทั้ง HR ก็แจ้งผมมาอยู่เช่นเดียวกัน รวมทั้งวันนั้นผมไปอบรมหัวหน้างานด้วยนะ! แม้กระนั้นก็โน่นละ ไม่น่าประหลาดใจอะไร ด้วยเหตุว่าขนาด HR ก็ยังมาไม่ถึงเดือน (ฮ่า)

ผมมั่นใจว่า บริษัทแบบนี้ วิทยากรเทพเทวดาที่แหน่งใด อบรมไปก็เสียเวลาเปล่า การเปลี่ยนแปลงอย่างยอดเยี่ยม ก็คงจะกำเนิดชั่วครั้งคราว ด้วยเหตุว่าผู้ที่คิดได้อาจไม่มีผู้ใดอยู่ โน่นเป็น อบรมแล้วดี.. คิดได้ก็คงจะลาออกไปที่อื่นๆ ที่มาใหม่ก็ยังมิได้อบรม… แต่ว่าเอ… ก็ดี วิทยากรจะได้มีงานมาใหม่เสมอๆ😀