ดูแลป่าอนุรักษ์ไทย จัดสรรการเงินการคลัง อย่างไรให้สมดุล: ปริญญารัตน์ เลี้ยงเจริญ

จำนวนร้อยละ 22 ของพื้นที่เมืองไทยหมายถึง‘ป่ารักษา’ ซึ่งในอนาคตจำเป็นจะต้องเพิ่มเติมปริมาณร้อยละ 3 เพื่อถึงปริมาณร้อยละ 25 ข้างในปี พุทธศักราช 2579 หรืออีก 18 ปีด้านหน้าตามวัตถุประสงค์กรอบที่มีความสำคัญในการรบชาติระบุ

แม้ว่าการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวพันช่วยทำให้พื้นที่ป่ารักษามากขึ้นทุกปี แต่ว่าภารกิจเพิ่มพื้นที่ป่าและก็การอนุรักษ์และรักษาป่าเดิมไว้ยังคงพบเจอความยากแค้นและก็ความท้าจากปัญหาที่เกิดขึ้นกับการละเมิดป่า ตัดไม้ ตัดไม้ทำลายป่า แล้วก็ การลักขโมยลอบสังหารสัตว์ป่า อย่างในเขตรักษาชนิดสัตว์ป่าทุ่งใหญ่กษัตริย์ ที่กำลังเป็นใจความสำคัญใหญ่รวมทั้งสังคมกำลังสนใจอยู่ในเวลานี้

กลุ่มจัดแจงวิชาความรู้และก็ติดต่อสื่อสารสาธารณะ ทีดีอาร์ไอชักชวน คุณ ปริญญารัตน์ เลี้ยงรุ่งโรจน์ นักค้นคว้าอาวุโส ด้านทรัพยากรธรรมชาติรวมทั้งสภาพแวดล้อม ทีดีอาร์ไอ หัวหน้าทีมศึกษาค้นคว้า เรื่อง กลไกการจัดการเรื่องการเงินการเงินของพื้นที่สงวน : กรณีเขตป่าป่าพญาเย็น-เขาใหญ่ มาเล่าถึงข้อศึกษาค้นพบจากงานศึกษาค้นคว้าวิจัยในด้านการจัดการจัดแจงงบประมาณ และก็การจัดสรรกำลังข้าราชการที่ไม่สมดุลกับเงินลงทุนสำหรับเพื่อการดูแลป่ารักษา ทำให้เกิดข้อแนะนำกลไกช่วยเพิ่มสมรรถนะการดูแลป่ารักษาจากทุกฝ่ายด้วยกัน

ป่าดงของไทยถูกแบ่งสรรและก็แบ่งการดูแลไว้หลายหมวดหมู่ อย่างป่ารักษา ที่กำลังเป็นข่าว (กรณี ‘เขตรักษาประเภทสัตว์ป่าทุ่งใหญ่กษัตริย์’) นั้น มีพื้นที่ ความอุดมสมบูรณ์ไม่เหมือนกันกับป่าชนิดอื่นเช่นไร
ปริญญารัตน์: คำว่า ป่าสงวน ครอบคลุมอีกทั้ง อุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า สวนพฤษศาสตร์ แล้วก็ สวนต้นไม้

อุทยานแห่งชาติเป็นพื้นที่ปกปักรักษาทรัพยากรธรรมชาติ มีความเด่นของทิวทัศน์ทิวภาพ อยู่ภายใต้พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ มีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 10 ตารางกิโลเมตร ส่วน วนอุทยานหมายถึงพื้นที่ที่มีทัศนียภาพธรรมชาติที่มีความพิเศษในระดับแคว้น มีพื้นที่ราว 500-5,000 ไร่

เขตรักษาประเภทสัตว์ป่า คือ พื้นที่ที่ระบุขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่ที่อาศัยของสัตว์ป่าหายากและก็ใกล้สิ้นซากโดยสวัสดิภาพ เพื่อสัตว์ป่าในพื้นที่ได้ได้โอกาสขยายพันธุ์รวมทั้งเพาะพันธุ์ตามธรรมชาติได้มากขึ้น ควบคุมโดยพ.ร.บ.รักษาและก็ปกป้องสัตว์ป่า ซึ่งทุ่งใหญ่พระราชา ก็อยู่ในส่วนนี้

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมายถึงพื้นที่ที่ราชการได้ระบุได้กำหนดไว้ให้เป็นที่ที่สัตว์ป่าได้พักอาศัยในพื้นที่นั้นได้โดยสวัสดิภาพ มีการระบุประเภทจำพวกของสัตว์ที่ห้ามล่าในรอบๆนั้นๆและก็สวนพฤษศาสตร์หมายถึงสวนที่เก็บพันธุ์พืชทั้งยังไทยแล้วก็เมืองนอก มีคุณค่าด้านเศรษฐกิจแล้วก็ความงาม ส่วน สวนต้นไม้ คือ สวนเล็กๆมีพื้นที่น้อยกว่าสวนพฤกษศาสตร์ ผลิตขึ้นเพื่อเก็บรวบรวมพันธุ์พืชแคว้นต่างๆไว้

เวลาที่ภาครัฐมุ่งเพิ่มพื้นที่ป่ารักษาให้ได้ตามเป้าที่มีความสำคัญในการรบชาติ แม้กระนั้นในอีกด้านกลับมีการตั้งข้อคิดเห็น ต่องบประมาณรวมทั้งกำลังข้าราชการที่อาจมีน้อยไป งานศึกษาวิจัยที่ศึกษาเล่าเรียนสามารถตอบเรื่องพวกนี้ได้อย่างไรบ้าง
ปริญญารัตน์: จากการเรียนรู้มองเห็นแนวโน้มของพื้นที่ป่าสงวน แล้วก็งบประมาณฯ นั้นมากขึ้นทุกปี แต่ว่าการเพิ่มของงบประมาณจะต้องนึกถึงการจัดการจัดแจงในอนาคตอย่างยั่งยืน คำแนะนำหนึ่งของงานศึกษาค้นคว้าและทำการวิจัย ก็เลยคือเรื่องของการเพิ่มกระบวนการหาเงิน แต่ว่าหาเงินเพิ่มสิ่งเดียวไม่พอ เพราะเหตุว่าเมื่อเรียนรู้ลงในเชิงองค์ประกอบ ระบบการคลังการเงินสำหรับป่าสงวนแล้ว พวกเราเจอ ความไม่พอดีเรื่องงบประมาณฯ กับข้าราชการระดับดำเนินการในพื้นที่

ก่อนหน้านี้การดูแลป่าสงวนมีแหล่งเงินสมทบ 2 แหล่งหลักหมายถึง1) งบประมาณจากเมือง ที่โดยมากเป็นเงินเดือนข้าราชการ 2) รายได้นอกงบประมาณ อย่างเช่น รายได้จากการท่องเที่ยว และก็เงินบริจาคจากหน่วยงานต่างๆเพื่อเป็นค่าดูแลพื้นที่ การลาดตระเวน รวมทั้งวัสดุเครื่องไม้เครื่องมือ ทั้งยังค่าบริหารจัดแจงเพื่อรองรับนักเดินทาง

แม้กระนั้นในอุทยานแห่งชาติและก็เขตรักษาจำพวกสัตว์ป่าที่พวกเราเล่าเรียนราวๆ 81 ที่ บางที่มีการจัดเก็บรายได้จากการท่องเที่ยว บางพื้นที่ไม่มีรายได้จากการท่องเที่ยว รายได้หลักส่วนมากก็เลยได้รับจากงบประมาณศูนย์กลาง ซึ่งนับว่ายังน้อยเกินไป

โดยงบประมาณที่ได้จากเมือง ปริมาณร้อยละ 60 แบ่งเป็นรายการจ่ายให้กับค่าจ้างรายเดือนข้าราชการ และก็เมื่อพิเคราะห์เปรียบปริมาณนักเดินทางและก็ปริมาณประชาชนด้านในรัศมี 5 กม. กับปริมาณข้าราชการ รวมทั้งจำนวนเงินที่ลงไปในพื้นที่พบว่ายังไม่สมดุล

พวกเราพบว่าโดยเฉลี่ยพื้นที่ป่า 6,250 ไร่ มีข้าราชการดูแลเพียงแค่ 3 คน และก็มีงบประมาณส่งเสริม 198,000 บาท แล้วก็ข้อมูลในปี 2554 ชี้ว่าพวกเรามีต้นทุนงบประมาณที่แบ่งให้การคุ้มครองป้องกันพื้นที่ป่าเพียงแต่ 73,400 บาท ต่อ 6,250 ไร่ ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับพื้นที่ป่าที่จำต้องดูแล ถ้าเกิดเปรียบเทียบกับประเทศที่ปรับปรุงแล้ว ก็พบว่างบประมาณของไทยต่ำยิ่งกว่ามากมาย ดังเช่นว่า ประเทศสหรัฐอเมริกามีงบประมาณ สูงถึง 600,000 กว่าบาท ต่อ 6,250 ไร่

เมื่อศึกษาเล่าเรียนในเชิงเปรียบระหว่างพื้นที่เล็ก กึ่งกลาง ใหญ่ของป่าสงวนไทย พบว่า กลุ่มทดลองที่เป็นอุทยานแห่งชาติรวมทั้งเขตรักษาจำพวกสัตว์ป่าที่พวกเราเรียนนั้น ส่วนหนึ่งส่วนใดมีปริมาณงบประมาณรวมทั้งรูปทรงข้าราชการต่ำยิ่งกว่าค่าถัวเฉลี่ยของแต่ละกรุ๊ป โดยพื้นที่สงวนขนาดเล็กมีข้าราชการ 4 คน ต่อ 6,250 ไร่ มีงบประมาณเกื้อหนุน 417,000 บาท ป่าขนาดกึ่งกลางรวมทั้งขนาดใหญ่เฉลี่ยมีเจ้าหน้าเจ้าตา 1-2 คน ดูแลป่า 6,250 ไร่ ด้วยงบประมาณช่วยเหลือ 61,000-189,000 บาท

ความไม่พอดีที่ว่าเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากอะไร
ปริญญารัตน์: ปัญหาแรกเป็น อิสรภาพสำหรับเพื่อการบริหารรายได้จากการท่องเที่ยว เนื่องจากว่า อุทยานแห่งชาติรวมทั้งเขตรักษาชนิดสัตว์ป่าบางที่แม้ว่าจะหาเงินจากการท่องเที่ยว ได้แก่ ค่าสำหรับบริการเข้าชมพื้นที่สงวนสำหรับนักเดินทางรวมทั้งยานพาหนะ เงินเดือนบ้านพัก หรือการผลักดันและส่งเสริมจากแหล่งอื่นๆ ได้แก่ เงินบริจาคจากหน่วยงานด้านนอก เงินช่วยเหลือ ได้เอง แม้กระนั้นจำต้องส่งรายได้เข้าศูนย์กลาง รวมทั้งแบ่งเงินรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลายส่วน ยกตัวอย่างเช่น การเขียนคำแนะนำแผนการส่งไปให้คณะกรรมการคณะกรรมการตรึกตรองการใช้ชำระเงินรายได้เพื่อรักษาพื้นที่สงวนเพื่ออนุมัติจัดแบ่งรายได้ให้พื้นที่สงวนเพิ่มอีก ไม่เกิน ปริมาณร้อยละ 50 บริหารจัดแจงข้างในพื้นที่สงวนจำนวนร้อยละ 15 เสริมสร้างความสามารถข้าราชการ จำนวนร้อยละ 10 งบประมาณสำรองไว้ใช้ศูนย์กลาง จำนวนร้อยละ 20 แล้วก็ จัดแบ่งให้หน่วยงานดูแลส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ จำนวนร้อยละ 5 ตามกรอบข้อบังคับระบุ

การเจริญเติบโตของรายได้ที่มากขึ้นในแต่ละปี เมื่อเทียบกับการเจริญเติบโตของงบประมาณแล้ว พบว่ายังไม่ไปในทำนองเดียวกัน กล่าวอีกนัยหนึ่ง สวนเก็บรายได้จากการท่องเที่ยวได้มากขึ้น แม้กระนั้นเทียบกับที่ได้รับงบประมาณคืนกลับมาในปีนั้นๆกลับไม่มากมายเท่ารายได้ที่มากขึ้นในตอนปี 2557-2559

ด้วยเหตุนั้นรายได้ที่มาจากการท่องเที่ยวนิดหน่อยมิได้เป็นของพื้นที่สงวนทั้งหมดทั้งปวงแต่ว่าจำเป็นต้องส่งให้ศูนย์กลางรวมทั้งเขียนคำแนะนำแผนการเพื่อขอช่วยเหลือเงินเพิ่มเติมอีก ซึ่งงานศึกษาเรียนรู้พวกเราเสนอให้เพิ่มสเกลรายได้ในพื้นที่ป่ารักษาเยอะขึ้น

ปัญหาลำดับที่สองเป็นการแบ่งพื้นที่เพื่อแบ่งสรรงบประมาณตามหน่วยสงวน สร้างความแตกต่างสำหรับการบริหารจัดแจงดูแลของแต่ละพื้นที่ ด้วยเหตุว่าก่อนหน้านี้ที่ผ่านมางบประมาณที่จัดแบ่งลงไป ในทางแนวความคิดจะวัดจากขนาดพื้นที่ ความเสี่ยงของพื้นที่ การขโมยลอบล่าสัตว์ ความร้ายแรงของปัญหาล่วงล้ำ ชนิดสัตว์ป่า ปริมาณชุมชน ปริมาณนักเดินทาง และก็การเป็นหลักที่ที่มีความหมายทางระบบนิเวศ รวมทั้งปริมาณหน่วยปกป้องว่ามีอยู่มากแค่ไหน มิได้แบ่งตามสมรรถนะของกิจกรรม และก็ทรัพยากรสำหรับการเย้ายวนใจนักเดินทางที่ไม่เหมือนกัน

อย่างอุทยานแห่งชาติทับลานที่ขัดแย้งของชุมชนกับข้าราชการออกจะสูง ทั้งยังบางพื้นที่มีความมากมายหลากหลายของกิจกรรมรวมทั้งทรัพยากรแตกต่างกัน เป็นต้นว่า บางพื้นที่มีทรัพยากรหายากอปิ้งชมพูภูเขาติดอยู่ ที่เป็นตัวเย้ายวนใจนักเดินทาง บางที่มีประเภทสัตว์หายาก ด้วยเหตุผลดังกล่าวจำเป็นต้องนำประเด็นนี้มานับเป็นมาตรฐานหนึ่งสำหรับในการได้รับเงินจัดแบ่ง

การปรับการจัดสรรงบประมาณจากแบ่งตามหน่วยสงวนเป็นแบ่งตามป่าจะก่อให้การจัดการจัดแจงงบประมาณดีขึ้นกว่าเดิมยังไง
ปริญญารัตน์: ธรรมดาพวกเราจัดแบ่งงบประมาณตามพื้นที่รักษา แต่ว่าถ้าเกิดพวกเราจัดแจงพื้นที่เป็นรายป่า อย่างเช่น ป่าตะวันตกที่มีอุทยานแห่งชาติแล้วก็เขตรักษาชนิดสัตว์ป่า รวม 17 ที่ ครอบคลุมอยู่ภายในเขตพื้นที่ 6 จังหวัด ซึ่งรวมทุ่งใหญ่กษัตริย์ รวมทั้งห้วยขา ให้จัดแจงเป็นป่าเดียวกัน จะช่วยแบ่งภาระเงินลงทุนกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวสำหรับในการบริหารจัดแจงพื้นที่สงวนในพื้นที่ ทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นการใช้งบประมาณ เพื่อผู้กระทำระจายได้อย่างทั่วถึง แล้วก็ลดความทับซ้อนสำหรับการเที่ยวตรวจของข้าราชการ

ในด้านงบประมาณ จากงานการศึกษาค้นคว้าที่ศึกษาเล่าเรียน ป่าป่าพญาเย็น-เขาใหญ่ ซึ่งมี สวน 4 ที่ ตัวอย่างเช่น เขาใหญ่ ทับลาน ตาพระยา ปางสีดา รวมทั้งเขตรักษาชนิดสัตว์ป่า 1 ที่หมายถึงป่าดงใหญ่ พบว่า อุทยานแห่งชาติอีกทั้ง 4 ที่ สามารถจัดเก็บรายได้รวมเป็นเงิน 67.146 ล้านบาทในปี 2555 โดยรายได้โดยมากจำนวนร้อยละ 95.54 มาจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งได้มาจากการเก็บค่าธรรมเนียมแล้วก็ค่าสำหรับบริการเข้าอุทยานแห่งชาติ รายได้ทั้งหมดทั้งปวงข้างหลังส่งเข้าศูนย์กลาง ได้ถูกแบ่งสรรตามคำร้องขอใช้รายได้ในปี 2555 อีกทั้ง 4 สวน รวม 62.37 ล้านบาท ซึ่งแน่ๆว่า อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้รับงบประมาณเยอะที่สุด รองลงมาเป็น ตาพระยา ทับลาน รวมทั้งปางสีดา เป็นลำดับ

แม้พวกเราปรับให้มีการดูแลอีกทั้งป่า โดยมีคณะกรรมการที่เป็นผู้แทนจาก 5 ที่ ดูแลด้วยกันทั้งปวง แต่ละคนจะทราบดีว่าแต่ละจุดมีการดูแลเรื่องอะไรไปแล้วบ้าง แต่ละป่าขาดงบประมาณ หรือกำลังส่งเสริมในเรื่องใด คณะกรรมการก็จะเป็นคนที่แบ่งสรรข้าราชการ การจัดการแบบงี้จะเป็นการดูแลทั้งยังป่า ดีมากกว่าแบ่งสรรงบประมาณไปตามหน่วยงานที่บางทีอาจจะยังมีการปฏิบัติภารกิจทับทับกัน นำมาซึ่งการทำให้เล็กน้อยของพื้นที่ หรือบางกิจกรรมมีรูปทรงข้าราชการไม่สมดุลกัน รวมทั้งงบประมาณฯที่ลงไปก็ถูกบริหารได้อย่างครอบคลุมและก็ทั่วถึงพอดิบพอดีกับสิ่งที่ต้องการตามที่เป็นจริงของแต่ละป่า พร้อมด้วยการพิจารณาการใช้เงินงบประมาณในระดับพื้นที่ที่ควรจะทำเป็นโดยตลอด

นอกเหนือจากใจความสำคัญเรื่อง จัดแบ่งงบประมาณที่สมควรตามป่าแล้ว ด้วยงบประมาณเหมือนเดิม และก็แนวทางหาเงินแบบเดิม พวกเราจะดูแลป่าที่จะมากขึ้นอีกตามที่มีความสำคัญในการรบชาติได้ยังไง
ปริญญารัตน์: ภาครัฐจึงควรสร้างระบบ แล้วก็ถ้าลไกเพิ่มรายได้ใหม่ๆสำหรับการดูแลป่าในระยะยาว ซึ่งงานศึกษาค้นคว้าและทำการวิจัยของทีดีอาร์ไอ ได้ศึกษาเล่าเรียนรวมทั้งพรีเซ็นท์ขั้นตอนการทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นของการจัดสรรงบประมาณ แล้วก็การเพิ่มรายได้ให้กับพื้นที่สงวน ด้วยวิธีการที่เรียกว่า Payment for Ecosystem Services (PES) หรือ การจ่ายค่าแรงต่อค่าระบบนิเวศ วิธีการเป็น ผู้ที่ได้ประโยชน์จากการมีระบบระเบียบนิเวศบริบูรณ์ ควรจะจ่ายอีกทั้งในส่วนที่เป็นตัวเงินไหมเป็นตัวเงินคืนให้บุคคลหรือหน่วยชุมชนที่มีส่วนทำให้ระบบนิเวศนั้นๆดำรงอยู่เพื่อสร้างบริการที่ตนได้รับ หรือผลดีที่ตนได้รับโดยตลอด

ดังเช่น โรงผลิตประปา ที่จำต้องใช้น้ำที่สะอาด หรือหน่วยงานบริหารส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชนสังคม รอบอุทยานแห่งชาติ แล้วก็เขตรักษาชนิดสัตว์ป่า ที่ได้ประโยชน์จากการจัดสถานที่ท่องเที่ยว จำเป็นต้องแบ่งเงินคืนให้ผู้ที่ดูแลป่า จำนวนร้อยละ 1-2 เพื่อช่วยเหลือกันรักษาป่าแล้วก็พื้นที่ต้นน้ำ เเป็นรายจ่ายสำหรับเพื่อการเที่ยวตรวจ ให้ป่ายังคงอยู่ต่อเพื่อเป็นรายได้หมุนวน ซึ่งกรรมวิธีนี้ในประเทศเพื่อนฝูงพวกเรา อย่างเวียดนามก็ใช้ รวมทั้งบังคับเป็นข้อบังคับแล้ว

ส่วนของเมืองไทย รัฐบาลก็มานะส่งเสริม PES โดยระบุอยู่ในแผนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติแล้วก็สภาพแวดล้อมอยู่แล้ว แม้กระนั้นยังติดเรื่องตัวบทกฎหมาย เพราะเหตุว่าการพยายามสนับสนุนให้กำเนิดกลไกนี้ จะต้องอาศัยข้อบังคับที่จะอนุญาตให้คิดเงินได้ จะต้องมีการตกลงด้วยกันระหว่างผู้ที่ได้ประโยชน์แล้วก็ผู้ที่เสียผลดี ว่าจะเก็บในอัตราเท่าใด ในไทยในช่วงเวลานี้เป็นเพียงแต่โครงการนำร่องที่ยังไม่มีการปฏิบัติการแจ่มกระจ่าง

แบบอย่างผู้ที่จะได้รับประโยชน์ที่ควรจะใช้กลไก PESหมายถึงรอบๆอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีน้ำตกนางรอง สวนวังตะไคร้ ที่แยกออกมาจากสวน เป็นของเอกชน รวมทั้ง ของ อบจ.จังหวัดนครนายก ดูแลเอง มีการจัดเก็บรายได้บริหารคุ้นเคยในแคว้น มิได้กลับสู่อุทานเลย ซึ่งจริงๆจะต้องมีการไตร่ตรองจัดแบ่งคืนสู่ป่า ให้กับ ผู้ที่รอดูแลป่า อย่างต่ำจำนวนร้อยละ 1-2 ของรายได้